10 นักบิดผู้คว้า “แกรนด์สแลม” ในยุค MotoGP
วาเลนติโน รอสซี ทำได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น!
wellbeingart.com – คำว่า Grand Slam ไม่ได้ถูกใช้เฉพาะในวงการเทนนิสเท่านั้น แต่ในโลกของมอเตอร์สปอร์ต โดยเฉพาะการแข่งขันระดับสูงอย่าง MotoGP และ Formula 1 คำนี้ยังหมายถึงความสำเร็จสูงสุดที่นักแข่งใฝ่ฝัน และเกิดขึ้นได้ยากอย่างยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ หลายคนจึงอาจสงสัยว่า Grand Slam หรือ Grand Chelem ในบริบทของ MotoGP มีความหมายว่าอย่างไร และเพราะเหตุใดตำนานนักบิดอย่าง วาเลนติโน รอสซี จึงสามารถทำสถิตินี้ได้เพียงครั้งเดียวในยุค MotoGP บทความนี้มีคำอธิบายแบบครบถ้วน
Grand Slam ใน MotoGP คืออะไร?
ในโลกของ MotoGP คำว่า Grand Slam หมายถึงความสำเร็จขั้นสูงสุดที่นักบิดคนหนึ่งสามารถทำได้ภายในหนึ่งสุดสัปดาห์การแข่งขัน โดยจำเป็นต้องทำผลงานครบทั้ง 4 เงื่อนไขสำคัญ ต่อไปนี้
เงื่อนไขของ ความสำเร็จสูงสุดใน MotoGP
-
คว้า Pole Position ในรอบควอลิฟาย
-
ทำ Fastest Lap หรือเวลาต่อรอบที่เร็วที่สุด
-
นำการแข่งขันทุกหนึ่งรอบ (Lead Every Lap)
-
คว้า ชัยชนะในการแข่งขันหลัก (Race Win)
อย่างไรก็ตาม หากพลาดแม้เพียงข้อเดียว ผลงานดังกล่าวจะไม่ถูกนับว่าเป็น Grand Slam นั่นจึงทำให้สถิตินี้กลายเป็นหนึ่งในความสำเร็จที่ยากที่สุดในประวัติศาสตร์ MotoGP
ยุค MotoGP และความหายากของ ความสำเร็จสูงสุดใน MotoGP
ยุค MotoGP เริ่มต้นขึ้นในปี 2002 เพื่อเข้ามาแทนที่คลาส 500cc (GP500) โดยเน้นเทคโนโลยีรถแข่งที่ทันสมัยและมีสมรรถนะสูงยิ่งขึ้น
นับตั้งแต่ปีนั้นจนถึงฤดูกาล 2025 มีนักบิดเพียง 10 คนเท่านั้น ที่สามารถทำ Grand Slam ได้สำเร็จ ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงระดับความยาก ความกดดัน และการแข่งขันอันดุเดือดในยุคปัจจุบันอย่างแท้จริง

Marc Márquez นักบิดผู้ครองสถิติ Grand Slam มากที่สุด
หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากที่สุดอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ คือ มาร์ค มาร์เกซ ซึ่งกลายเป็นนักบิดที่ทำ Grand Slam ได้มากที่สุดในประวัติศาสตร์ยุค MotoGP ด้วยจำนวนถึง 11 ครั้ง
โดย Grand Slam ครั้งแรกของเขาเกิดขึ้นที่สนาม ออสติน ปี 2014 ขณะที่ผลงานครั้งล่าสุดถูกบันทึกไว้ในรายการ German Grand Prix 2025
ขณะเดียวกัน ชัยชนะที่เยอรมนีในปี 2025 ยังส่งผลให้มาร์เกซทำลายสถิติเดิมของ เคซีย์ สโตเนอร์ ซึ่งเคยครองสถิตินี้ไว้ที่ 10 ครั้งอีกด้วย
เคซีย์ สโตเนอร์: ความสมบูรณ์แบบในช่วงเวลาสั้น
แม้สถิติจะถูกทำลายไปแล้ว แต่ผลงานของ เคซีย์ สโตเนอร์ ยังคงได้รับการยกย่องอย่างสูง เนื่องจากเขาสามารถทำ Grand Slam ได้ถึง 10 ครั้ง ภายในระยะเวลาเพียง 7 ฤดูกาล (2006–2012)
ด้วยเหตุนี้ สโตเนอร์จึงเคยถูกมองว่าเป็นมาตรฐานสูงสุดของความสมบูรณ์แบบใน MotoGP ก่อนที่มาร์เกซจะก้าวขึ้นมาแซงหน้าในเวลาต่อมา
วาเลนติโน รอสซี กับสถิติที่หลายคนคาดไม่ถึง
แม้ วาเลนติโน รอสซี จะถูกยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักบิดที่ยิ่งใหญ่ที่สุดตลอดกาล ทว่าในยุค MotoGP เขากลับสามารถทำ Grand Slam ได้เพียง 1 ครั้งเท่านั้น
สำหรับ Grand Slam เพียงครั้งเดียวของรอสซี เกิดขึ้นในรายการ MotoGP สเปน ปี 2016 ซึ่งกลายเป็นสถิติที่สร้างความประหลาดใจให้กับแฟนความเร็วทั่วโลก
นอกจากนี้ นักวิเคราะห์หลายคนมองว่า สไตล์การแข่งของรอสซีที่เน้นความสม่ำเสมอ การอ่านเกม และกลยุทธ์ระยะยาว อาจเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้เขาไม่มุ่งเน้นการกวาดทุกสถิติภายในสนามเดียว
รายชื่อนักบิดผู้สถิติ Grand Slam ใน MotoGP
ต่อไปนี้คือรายชื่อนักบิดที่เคยทำ Grand Slam ในยุค MotoGP (ตั้งแต่ปี 2002 เป็นต้นมา)
-
Marc Márquez – 11 ครั้ง
-
Casey Stoner – 10 ครั้ง
-
Jorge Lorenzo
-
Dani Pedrosa
-
Valentino Rossi – 1 ครั้ง
-
Mick Doohan (บางสถิตินับช่วงเปลี่ยนผ่าน)
-
Sete Gibernau
-
Fabio Quartararo
-
Francesco Bagnaia
-
Jorge Martin
หมายเหตุ: จำนวนครั้งอาจแตกต่างกันตามฤดูกาลและสนามแข่งขัน
สถิติ Grand Slam ใน MotoGP จึงเป็นสถิติที่ทรงคุณค่า?
มากกว่าชัยชนะเพียงหนึ่งเรซ Grand Slam คือสัญลักษณ์ของ ความสมบูรณ์แบบสูงสุด ในการแข่งขัน MotoGP
นอกจากความเร็วต่อรอบแล้ว นักบิดยังต้องควบคุมรถได้อย่างไร้ที่ติ รักษาความคงเส้นคงวาตลอดการแข่งขัน และมีสภาพจิตใจที่แข็งแกร่งภายใต้แรงกดดันมหาศาล
ด้วยเหตุนี้ นักบิดที่ทำได้จึงมักถูกยกย่องว่าอยู่ในช่วงเวลาแห่ง “โหมดไร้ที่ติ” อย่างแท้จริง
บทสรุป
แม้ วาเลนติโน รอสซี จะเป็นตำนานแห่ง MotoGP แต่สถิติ Grand Slam แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ความสมบูรณ์แบบในหนึ่งสนามนั้นยากยิ่งกว่าการคว้าแชมป์โลกหลายสมัย
ในขณะที่ มาร์ค มาร์เกซ ได้พิสูจน์ตัวเองว่าเป็นนักบิดที่สามารถครองสนามได้อย่างเบ็ดเสร็จมากที่สุดในยุค MotoGP และยังคงเดินหน้าสร้างประวัติศาสตร์ต่อไปจนถึงฤดูกาล 2025
