DNA ป๋าเฟอร์กี้คืนชีพ! วิเคราะห์ชัยชนะ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหนือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
แมนยูหยุดสถิติเลวร้าย 8 นัด พร้อมคืนฟอร์มเก่งในพรีเมียร์ลีก
wellbeingart.com – ชัยชนะของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เหนือ ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ ด้วยสกอร์ 2-0 ไม่ใช่แค่สามคะแนนธรรมดา แต่เป็นเกมที่สะท้อนให้เห็นถึงการกลับมาของตัวตนที่แฟนบอลคุ้นเคยกันดี หรือที่หลายคนเรียกว่า “DNA ป๋าเฟอร์กี้” อย่างแท้จริง เกมนี้ไม่เพียงหยุดสถิติไม่ชนะสเปอร์สยาวนานถึง 8 นัดติดต่อกัน แต่ยังทำให้ปีศาจแดงสร้างสถิติชนะ 4 นัดรวดในพรีเมียร์ลีกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ปี 2024
การจัดการทีม การวางแท็กติก และแนวคิดการเล่นในเกมนี้ แสดงให้เห็นถึงความชัดเจนในแนวทางฟุตบอลที่เน้นประสิทธิภาพ ความรวดเร็ว และการโจมตีแบบตรงไปตรงมา ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของแมนยูในยุคทอง
แท็กติก 4-4-2 ที่ซ่อนอยู่ ภายใต้ชื่อ 4-2-3-1
คาร์ริคยึดทีมเดิม แต่เปลี่ยนวิธีคิดในสนาม
ไมเคิล คาร์ริค เลือกใช้ผู้เล่น 11 คนเดิมจากเกมที่เฉือนชนะฟูแล่ม 3-2 ทุกตำแหน่ง ซึ่งในทางทฤษฎีอาจดูเหมือนระบบ 4-2-3-1 ตามที่คุ้นเคยกัน แต่หากพิจารณาจากตำแหน่งการยืนจริงในสนาม จะเห็นได้ชัดว่าแมนยูเล่นในระบบ 4-4-2 มากกว่า
มาเตอุส คุนญ่า และ บรูโน่ แฟร์นันด์ส ขยับขึ้นไปยืนสูงในลักษณะกองหน้าคู่ ทำหน้าที่กดดันแนวรับสเปอร์สตั้งแต่แดนบน ขณะที่ริมเส้นสองฝั่งเป็นหน้าที่ของ อาหมัด ดิยัลโล่ ทางขวา และ ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ทางซ้าย ซึ่งช่วยเพิ่มความเร็วและความหลากหลายในการเข้าทำ
เลือกจังหวะโจมตี เมื่อคู่แข่งไม่สมบูรณ์
สเปอร์สในเกมนี้มาเยือนด้วยสภาพทีมที่ไม่สมบูรณ์ ทั้งเรื่องความฟิตและความต่อเนื่องของฟอร์มการเล่น นี่จึงเป็นโอกาสทองของแมนยูในการเล่นงานคู่แข่ง และคาร์ริคก็ไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ
เกมรับแน่น เกมรุกเร็ว สูตรสำเร็จของปีศาจแดง
ครองบอลน้อย แต่คมกว่าเดิม
ตลอด 3 เกมก่อนหน้านี้ แมนยูเป็นฝ่ายครองบอลน้อยกว่าคู่แข่ง แต่กลับเก็บชัยชนะได้ทั้งหมด และในเกมนี้ก็ยังคงใช้แนวคิดเดียวกัน การเล่นอย่างรัดกุมในแดนตัวเอง เน้นวินัยเกมรับ และรอจังหวะสวนกลับอย่างมีคุณภาพ
เมื่อบอลถูกพาข้ามเข้าสู่แดนของสเปอร์ส ความเร็วของเกมจะถูกเร่งขึ้นทันที การต่อบอลใช้จังหวะน้อย ไม่ครองบอลพร่ำเพรื่อ และมุ่งเน้นการจบสกอร์เป็นหลัก นี่คือภาพที่แฟนบอลแมนยูโหยหามานาน
25 นาทีแรก เกมบุกที่ได้เปรียบชัดเจน
ในช่วง 25 นาทีแรกของการแข่งขัน รูปเกมเป็นของเจ้าถิ่นอย่างชัดเจน แมนยูสามารถบุกกดดันได้ต่อเนื่อง สร้างโอกาสเข้าทำหลายครั้ง เพียงแต่ยังขาดความเฉียบคมในจังหวะสุดท้ายเท่านั้น
ใบแดงเปลี่ยนเกม จุดแตกหักของการแข่งขัน
โรเมโร่กับจังหวะที่ไม่จำเป็น
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเกิดขึ้นในนาทีที่ 30 เมื่อ คริสเตียน โรเมโร่ ปราการหลังของสเปอร์ส เข้าสกัดอย่างรุนแรงและเกินความจำเป็น เปิดปุ่มใส่ข้อเท้าของ กาเซมิโร่ ผู้ตัดสินไม่ลังเลที่จะควักใบแดงไล่ออกจากสนาม
การเหลือผู้เล่นเพียง 10 คน ทำให้สเปอร์สต้องถอยลงไปตั้งรับเต็มรูปแบบ และนั่นก็ยิ่งเข้าทางแมนยูอย่างสมบูรณ์
ลูกสูตรเตะมุมที่เฉียบขาด
ประตูขึ้นนำ 1-0 ของแมนยูมาจากลูกเตะมุมที่ซ้อมกันมาอย่างดี บรูโน่ แฟร์นันด์ส เปิดบอลเรียดเข้ามาที่เสาแรก ค็อบบี้ เมนู วิ่งมาฉีกตัวประกบก่อนจะป้ายบอลจังหวะเดียวออกไปหน้ากรอบเขตโทษ
ไบรอัน เอ็มเบอโม่ ที่ยืนรออยู่แบบไร้ตัวประกบ ซัดบอลเล่นทางเข้ามุมประตูอย่างเยือกเย็น ส่งบอลเข้าสู่ก้นตาข่าย และปลดล็อกความกดดันให้กับทีมเจ้าบ้าน
เล่นง่ายขึ้นเมื่อขึ้นนำ และปิดเกมอย่างมืออาชีพ
หลังจากได้ประตูขึ้นนำ แมนยูเล่นด้วยความมั่นใจมากขึ้น การเคลื่อนที่ของผู้เล่นไหลลื่น การต่อบอลแม่นยำ และการตัดสินใจในจังหวะสำคัญทำได้อย่างชาญฉลาด
ด้วยจำนวนผู้เล่นที่มากกว่า ปีศาจแดงคุมเกมได้ทั้งหมด ก่อนจะมาได้ประตูที่สอง ปิดกล่องเอาชนะไปด้วยสกอร์ 2-0 แบบไม่ต้องออกแรงมากนัก เป็นชัยชนะที่ดูเรียบง่าย แต่เต็มไปด้วยคุณภาพ
DNA ป๋าเฟอร์กี้ กลับมาอีกครั้ง
ฟุตบอลแนวดิ่งที่แฟนบอลคุ้นเคย
เกมนี้เป็นคำตอบที่ชัดเจนว่า เมื่อแมนยูเลือกเล่นฟุตบอลที่ไม่ยึดติดกับการครองบอลมากเกินไป แต่เน้นความรวดเร็วและความแม่นยำ ผลลัพธ์จะออกมาอย่างไร แนวทางนี้ชวนให้นึกถึงยุคที่ ไมเคิล คาร์ริค ยังเป็นลูกทีมของ เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน
การเข้าทำไม่ต้องหลายจังหวะ ไม่เซ็ตบอลยืดยาว ไม่ถ่ายบอลไปมาอย่างไร้จุดหมาย แต่เน้นการเล่นแนวดิ่ง เมื่อเห็นพื้นที่ก็โจมตีทันที นี่คือหัวใจของ “DNA ป๋าเฟอร์กี้” ที่แท้จริง
สัญญาณบวกของอนาคตแมนยู
ชัยชนะเหนือสเปอร์สในเกมนี้ ไม่ได้เป็นเพียงการจบสถิติเลวร้ายเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณที่ดีถึงทิศทางของทีมในอนาคต หากแมนยูสามารถรักษามาตรฐานการเล่นแบบนี้ไว้ได้อย่างสม่ำเสมอ โอกาสในการกลับมาท้าทายความสำเร็จในระดับสูงสุดก็ไม่ใช่เรื่องไกลเกินฝัน
บทสรุป
เกมนี้คือหนึ่งในผลงานที่ดีที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในฤดูกาลนี้ ทั้งในแง่แท็กติก วินัย และแนวคิดการเล่น มันคือเกมที่ทำให้แฟนบอลได้เห็นภาพของทีมที่รู้จักตัวเอง รู้ว่าควรเล่นอย่างไร และเมื่อไหร่ควรเร่งเกม
หากนี่คือจุดเริ่มต้นของการฟื้นคืน DNA แห่งความยิ่งใหญ่ ปีศาจแดงก็อาจกำลังเดินอยู่บนเส้นทางที่ถูกต้องอีกครั้ง
แหล่งที่มา : www.siamsport.co.th
